เป็นนายแบบชื่อ Mark Vanderloo ครับ ใช่ไม่ใช่ตัดสินกันเอาเองครับ อิอิ
(เป็นข้อสังเกตุของ Mr.axes03 ที่แปะไว้ในบอร์ดของ gamespot ครับ)
เป็นนายแบบชื่อ Mark Vanderloo ครับ ใช่ไม่ใช่ตัดสินกันเอาเองครับ อิอิ
(เป็นข้อสังเกตุของ Mr.axes03 ที่แปะไว้ในบอร์ดของ gamespot ครับ)
Gary gygax หนึ่งในผู้คิดค้นเกมสวมบท Dungeons & Dragons ในรูปแบบ pen & paper ได้เสียชีวิตลงแล้วในวัย 69 ปี ที่บ้านของเขาในมลรัฐวิสคอนซิน นับเป็นการจากไปของหนึ่งในผู้ทรงอิทธิพลทางความคิดต่อผู้สร้างเกม RPG ทั้งหลาย
เมื่อเช้าวันอังคารที่ 3 มิ.ย. Gary จากไปจากอาการเจ็บป่วยในวัยชรา ซึ่งภรรยาของเขาได้พูดถึงเรื่องนี้ว่า gary เหมือนจะรู้ตัวอยู่แล้ว เพราะเขาเริ่มพูดถึงรายละเอียดการจัดงานศพของเขา หากเขาต้องจากไป ไว้ใน the Troll Lord message board
Gygax นั้นโด่งดังจากการออกแบบเกม D&D ร่วมกับ Dave Arneson ในปี 1974 และมาออกผลงานเดี่ยวกับบอร์ดเกม the Dangerous Journeys กับ Lejendary Adventure โดย นอกจากออกแบบเกมแล้ว เขายังเขียนนิยาย Fantasy อีกด้วย
ส่วนพวกเรารู้จักเขาจากเกม RPG ตระกูล D&D จากค่าย Black Isle , Interplay ตลอดจน Bioware เช่น เกม Bulder’s Gate / Icewind dale / The temple of the elemental evils / Neverwinter night ซึ่งล้วนใช้กฎ Advanced Dungeons & Dragon ด้วยกันทั้งนั้น (คงยังจำค่าพลังดาบ 1d12 หรือ 2d6 กันได้ หรือพวก magic missile / fire wall ยังไงล่ะ)
ต่อจากนี้ก็ถึงเวลาของรุ่นต่อๆ ไป แสงแห่งเกม RPG จะยังคงส่องสว่าง…เมื่ออรุณรุ่งมาถึง
เกมวางแผนแบบเทิร์นเบสเกมใหม่ จากค่าย Stardock ที่ถนัดสร้างเกมแนว Space RTS / Space turnbased RTS แต่คราวนี้มีแผนจะวางตลาดเกมตามกระแสการเลือกตั้งของอเมริกา กับเกมนี้ “The Political Machine 2008″
ในเกม 1 เทิร์นจะหมายถึง 1 สัปดาห์ ที่เราต้องวางแผนทุกวิถีทางในการเพิ่มฐานเสียงจากผู้ที่ยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร หรือพรรคใด โดยเราจะเลือกเล่นเป็นใคร/สังกัด รีพับรีกัน หรือ เดโมแครตก็ได้
แคปคอมมีแผนจะสร้างเกมใหม่สำหรับเครื่องวี โดย Spyborgs พัฒนาโดยทีมงาน Insomniac ซึ่งเป็นผู้สร้างเกม Ratchet & Clank ที่โด่งดังนั่นเอง
ข่าวสดวิทยาการ :
หลังจากปล่อยให้คลุมเครือมานานนับปี
ในที่สุด “บิล เกตส์” กับ “สตีฟ บัลเมอร์” สองนายใหญ่แห่งค่ายไมโครซอฟต์ ผู้พัฒนาและจำหน่ายโปรแกรมระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ (โอเอส) รายใหญ่ที่สุดของโลกภายใต้รหัสสินค้า “วินโดวส์” ก็เปิดเผยรายละเอียดวินโดวส์ตัวใหม่อย่างเป็นทางการ
นั่นคือ “วินโดวส์ 7” (วินโดวส์ เซเว่นส์ : Windows 7) ซึ่งพร้อมปล่อยสู่ตลาดช่วง กลางปี หรือ ปลายปีหน้าเป็นต้นไป
โดยมีจุดเด่นอยู่ตรงฟังก์ชั่นที่เรียกว่า “มัลติทัช” (Multi Touch) ช่วยให้ผู้ใช้คอมพิวเตอร์สามารถใช้ “นิ้วมือ” ธรรมดาๆ นี่แหละ จิ้มลงไปบน “จอภาพ” เพื่อควบคุมและสั่งการระบบการทำงานต่างๆ โดยไม่ต้องพึ่งพาทั้ง “เมาส์” และ “คีบอร์ด” อีกต่อไป!
เกตส์ กับ บัลเมอร์ เปิดเผยและสาธิตรายละเอียดบางส่วนของลูกรักคนใหม่ “วินโดวส์ 7” ระหว่างขึ้นเวทีสัมมนาเรื่อง “ดิ ออล ธิงส์ ดิจิตอล” (โลกดิจิตอล) จัดโดยหนังสือพิมพ์ธุรกิจยักษ์ใหญ่ “วอลล์สตรีทเจอร์นัล” ในเมืองซานดิเอโก สหรัฐอเมริกา เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ผู้บริหารไมโครซอฟท์รับประกันว่า วินโดวส์ 7 จะเร็วกว่า-กินพื้นที่ความจำคอมพิวเตอร์น้อยกว่า-ใช้งานง่ายกว่า (อดีต) ลูกรัก “วินโดวส์ วิสต้า” (Windows Vista) โอเอสที่ออกวางตลาดก่อนหน้านี้ในปี 2550 และโดนวิพากษ์วิจารณ์สาดเสียเทเสียจมหู
บัลเมอร์ ซีอีโอไมโครซอฟต์ยอมรับว่า จุดอ่อนอันดับแรกของวิสต้า คือ อินเทอร์เฟซ หรือ หน้าตาโปรแกรมแตกต่างจากวินโดวส์รุ่นก่อนๆ มากเกินไป ผู้ใช้จึงไม่คุ้นเคย แต่ถึงที่สุดยอดขายวิสต้าก็ไปได้ดี ล่าสุด อยู่ราวๆ 150 ล้านชุด
อย่างไรก็ตาม บรรดาคอลัมนิสต์ไอทีในสหรัฐ ชี้ตรงกันว่า จุดบอดสำคัญของวิสต้า คือ ระบบมีปัญหามาก เพราะทำงานร่วมกับโปรแกรม รวมถึงอุปกรณ์พ่วงอื่นๆ ไม่ค่อยจะได้
สำหรับ “มัลติทัช” ฟังก์ชั่นเด่นของวินโดวส์ 7 ทีมผู้บริหารไมโครซอฟต์หมายมั่นปั้นมือส่งเข้ามา “ปฏิวัติ” วิธีการใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) ครั้งใหญ่
นอกจากนั้น ยังอวดอ้างสรรพคุณด้วยว่า ถึงค่าย “แอปเปิ้ล” คู่แข่งรายใหญ่จะเดินหน้าพัฒนาระบบทัชสกรีน หรือ สั่งงานบนจอภาพแบบจริงๆ จังๆ มาก่อน
แต่ผลกระทบต่อตลาดโลกนั้นพวกตนเหนือกว่า
เพราะเฉพาะปีนี้ แอปเปิ้ลขายคอมพิวเตอร์ได้แค่ 10 ล้านเครื่อง
ขณะที่ยอดขายคอมพิวเตอร์พีซีทั่วโลกที่ใช้วินโดวส์มีมากถึง 290 ล้านเครื่อง
คุณสมบัติเด่นๆ ของวินโดวส์ 7 ที่เกตส์นำมาโชว์บนเวทีหลักๆ ประกอบด้วย
1. ระบบ “ทัชเอเบิ้ล เพ้นท์” ใช้นิ้ววาดรูประบายสีบนจอได้เลย
2. ระบบจัดการภาพแบบสัมผัสหน้าจอ
3. ระบบค้นหาข้อมูลบนแผนที่ดาวเทียมด้วยมือ
4. ระบบใช้มือกดเล่นดนตรีเสมือน เช่น เปียโน ได้โดยตรงบนหน้าจอ
5. การจัดการบนหน้าเดสท์ท็อปต่างๆ ใช้นิ้วกดควบคุมได้ทั้งหมด
พื้นฐานความสามารถเหล่านี้ส่วนใหญ่ได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากโปรแกรมในอดีตของไมโครซอฟท์ เช่น “เซอร์เฟซ” “ทัชวอลล์” และโปรแกรมทัชสกรีนสำหรับเครื่องแท็บเล็ตพีซี
นักวิจารณ์ไอทีอเมริกันฝีปากจัดจ้านบางคน มองว่า การโหมประโคมข่าววินโดวส์ 7 เที่ยวนี้ไม่มีอะไรมากไปกว่าหวังผลโฆษณาปั่นกระแสอวด “ลูกเล่นเล็กๆ น้อย” ซึ่งอาจทำให้คนดูตื่นเต้นร้อง “ว้าว..แจ๋วแฮะ!” แต่ในทางปฏิบัติไม่ก่อให้เกิดมรรคผลใดๆ ในการใช้คอมพิวเตอร์ทำงานเป็นเรื่องเป็นราว
เป็นคำกล่าวหาทิ่มหมัดตรงตะบันใส่เต็มหน้าไมโครซอฟต์ที่คงได้พิสูจน์กันอีกไม่นานเกินรอ!
กลับมาแล้วครับบุรุษผู้เป็นตำนาน กับบทสรุปเกม RPG ล่าสุดของเขา “The Witcher” มาคราวนี้ มาในรูปไฟล์ PDF ซึ่งยังคงความละเอียดและยอดเยี่ยมเหมือนเดิม แถมคราวนี้พี่เขาจัดหน้าเองซะด้วยนะ
สนใจโหลดได้ที่นี่ครับ
นี่เป็นภาพ(อาร์ตเวิร์ค) ของกรุงวอชิงตัน ดีซี หลังจากถูกถล่มด้วยอาวุธทำลายล้างสูง ซึ่งเป็นฉากหลังของเกม Fallout 3 และมันถูกปล่อยเพื่อมาโปรโมตเกมครั้งแรกเมื่อปี 2004 โดย บ.ผู้ผลิต “Bethesda Softworks”
แต่ตอนนี้มันถูกนำไปใช้แบบอื่น โดยคนอื่น “อัลไคด้า” นั่นเองที่เป็นผู้อ้างสิทธิ์ และถูกรายงานต่อสาธารณะโดย นสพ. The Daily Telegraph ของอังกฤษ (ปัจจุบัน บทความนี้ถูกถอดออกจากเว็บของนสพ.ไปเรียบร้อยแล้ว)
กับกรณีนี้ Bethesda ไม่ได้แสดงความเห็นใดๆ และยังคงพัฒนาเกมต่อไป
(ติดตามข่าวคราวของพวกเขาได้ที่นี่เลย www.bethsoft.com/eng )
(ภาพรูปบนสุดเป็น star wars เวอร์ชั่นการ์ตูนทีวีที่จะฉายทางช่อง cartoon network กับ TNT รูปที่สองเป็นเวอร์ชั่นหนังสือการ์ตูนของ dark horse ส่วนรูปล่างเป็นเกมที่ออกบน ps2)
ตอนแรกผมนึกว่า lucast arts จะปล่อยให้พวกเรารอเกม star wars : The Force Unleashed เกมเดียวซะอีก แต่ตอนนี้มีข่าวหลุดออกมาว่ามีเกมที่สร้างจากจักรวาลของ Star wars อีกหนึ่งเกม แต่จะลงเฉพาะเครื่องของนินเทนโดทั้งสองระบบเท่านั้น นั่นคือ The Clone war
ซึ่งจริงๆแล้ว ข่าวนี้มาจากโฆษณาที่เป็นรูปด้านหลังคู่มือเกมเลโก้ อินเดียนน่า โจนส์ โดยเกม clone wars นี้จะออกช่วงฤดูหนาวปลายปี และแน่นอน ไม่มีการเปิดเผย เรื่องการใช้วีโมทแทนดาบไลท์ เซเบอร์.